ก่อนตัดสินใจ...คิดจะซื้อบ้าน

ก่อนตัดสินใจ...คิดจะซื้อบ้าน

ปัจจุบันที่อยู่อาศัยมีให้เลือกหลากหลายทำเลหลายราคาและหลายรูปแบบ บางคนอาจชอบคอนโด บางคนอาจชอบบ้านเดี่ยว ส่วนบางคนอาจชอบอาคารพาณิชย์เพราะสามารถทำการค้าได้ แต่ทว่าคงมีน้อยคนที่สามารถซื้อบ้านด้วยเงินสด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยเงินกู้จากธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ แต่ทั้งนี้สถาบันการเงินเหล่านี้ มักจะให้กู้เพียงไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาซื้อขาย หรือมูลค่าประเมินของบ้าน (พร้อมที่ดิน) และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ผู้ซื้อบ้านควรมีเงินเก็บออมอย่างน้อยที่สุด 10-15% ของราคาบ้าน หรือถ้าจะให้ดีควรมากกว่า 20% โดยเงินจำนวนนี้เอง ที่ผู้ซื้อบ้านมักจะต้องจ่ายเป็น “เงินดาวน์” ในการซื้อบ้าน หากบ้านยังสร้างไม่เสร็จ เจ้าของโครงการมักจะให้เราผ่อนเป็นงวดๆ ได้ในเวลาประมาณ 6-24 เดือน ซึ่งหากเราไม่เก็บเงินเพื่อซื้อบ้านในสัดส่วนดังกล่าว จะทำให้ภาระเงินกู้หนักขึ้น และภาระที่หนักนี้จะทำให้คุณภาพชีวิตโดยรวมของครอบครัวเราไม่ดีเท่าที่ควร เพราะการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันก็ “สำคัญ” ไม่แพ้การซื้อบ้านของตัวเอง

อย่างไรก็ตามในการวางแผนการเงินเพื่อซื้อบ้านคุณต้องทราบราคาบ้านที่จะขายแล้วมาคำนวณว่าคุณจะซื้อและผ่อนได้หรือไม่ ซึ่งวิธีการนี้ ในการประมาณการทางการเงิน คุณจะต้องเริ่มโดยพิจารณาว่าเรามีเงินเก็บออมซื้อบ้าน หรือมีเงินดาวน์พอที่จะจ่ายให้กับเจ้าของโครงการหรือไม่ และเราต้องกู้เงินจากธนาคารในวงเงินสูงสุดได้เท่าใด สุดท้ายต้องดูว่าจะต้องผ่อนชำระเงินงวดเดือนละเท่าใด และเราจะสามารถผ่อนได้หรือไม่
ทั้งนี้ในกรณีที่คุณต้องการขอกู้ หากคุณมีรายได้ประมาณ 20,000 บาท จะได้ในวงเงินสูงประมาณ 1 ลบ. ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ธนาคารจะประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่ประมาณ 30-35% ของรายได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาชีพ และความมั่นคงของรายได้ ดังนั้นหากคุณคาดว่าจะกู้ไม่ผ่าน ควรหาผู้กู้ร่วม เพื่อให้มียอดรายรับเพิ่มมากขึ้น และควรปิดบัญชีหนี้ที่ค้างชำระ หรือเงินผ่อนต่างๆ ให้หมด เพื่อให้ประวัติผู้กู้น่าเชื่อถือขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารพิจารณาได้เร็วขึ้นและนอกจากราคาบ้านแล้ว คุณควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน เช่น เงินมัดจำในวันทำสัญญา เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายสำหรับธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมในการประเมินราคาหลักทรัพย์, ค่าธรรมเนียมในการจัดการสินเชื่อ, ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ หรือ ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง ค่าเบี้ยประกันภัย เช่น เบี้ยประกันอัคคีภัย เบี้ยประกันคุ้มครองเครดิต ฯลฯ ซึ่งก่อนการซื้อบ้านทุกครั้งเราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการมีบ้านสักหลังหนึ่งมันเป็นเรื่องยากของใครหลายๆคน แต่ก็ดูเป็นเรื่องไม่ยากของใครหลายๆคนเช่นกัน.....

Share this post