เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ ชู 5 กลยุทธ์ พลิกฟื้นบริษัทแบบยั่งยืน

  • 18879_2
  • 18879_2
  • 18879_2

เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ ชู 5 กลยุทธ์ พลิกฟื้นบริษัทแบบยั่งยืน

บมจ.เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ ชู 5 กลยุทธ์พลิกฟื้นบริษัทแบบยั่งยืน ทั้งด้าน Product, ด้าน Process, ด้านต้นทุน, ด้านการตลาด และกลยุทธ์ด้านธุรกิจใหม่ พร้อมเติบโตแบบก้าวกระโดด ตั้งเป้าปี 65 โตกว่า 100% พร้อมเตรียมที่ดินมาพัฒนาโครงการในรูปแบบใหม่ ๆ สู่ความเป็น living solution ของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

นายสันติ ปิยะทัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ KC เปิดเผยว่า หลังจากเข้ามาบริหาร ก็ปรับเปลี่ยนการบริหารให้เป็นไปตามกฎเกณท์ ถูกต้อง โปร่งใส ภายในระยะเวลา 4 ปี และบริษัทฯ กลับเข้ามาซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง ตั้งแต่ 19 พฤษภาคม นี้ ในหมวดกลุ่มอสังหาฯ และก่อสร้าง และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี และจากนี้ไป บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ให้ดียิ่งขึ้น โดยแบ่ง กลยุทธ์ออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ - กลยุทธ์ด้าน Product ในปีนี้เรามีการเพิ่ม Product line ใหม่ ในส่วนที่เป็นเชิงพาณิชย์ ได้แก่ อาคารพาณิชย์ โครงการ เค.ซี.สุวินทวงศ์ 2 เพื่อเติมเต็มหมวดหมู่ของสินค้าเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- กลยุทธ์ด้าน Process จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ใน 2 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงปัญหาของความล่าช้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานจากผลกระทบดังกล่าว และได้นำมาปรับปรุงเป็นกระบวนการ FAST process เพื่อทำให้การทำงานของเรารวดเร็ว และถูกต้องมากยิ่งขึ้น
- กลยุทธ์ด้านต้นทุน เราเล็งเห็นถึงปัญหาต้นทุนที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้รวมถึงในอนาคต โดยเฉพาะต้นทุนค่าก่อสร้างที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจอสังหาฯ เราจึงเน้นในเรื่องของการควบคุมต้นทุนเชิงรุก ได้แก่การทำ VAVE การปรับปรุง Design เพื่อให้งานก่อสร้างรวดเร็วขึ้น และต้นทุนลดลง รวมถึงการพยายามใช้วัสดุร่วมกัน เพื่อให้เกิด Economy of scale ให้ได้มากที่สุด โดยยังรักษาคุณภาพของงานก่อสร้างที่มีมาตรฐานเป็นสำคัญ
- กลยุทธ์ด้านการตลาด ซึ่งในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือในการค้นหาข้อมูลเป็นหลัก ดังนั้นในปีนี้ และในอนาคต เรามีการเพิ่มสัดส่วนการทำการตลาด Online มากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และตรงกลุ่มมากขึ้น - กลยุทธ์ด้านธุรกิจใหม่ จากการที่เราเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ที่อยู่ในวงการมากกว่า 40 ปี จึงทำให้เห็นถึงปัญหาของลูกค้าในมุมของความต้องการด้านงานบริการ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาธุรกิจที่จะให้บริการด้านงานซ่อมแซม ตกแต่ง ต่อเติม ฯลฯ
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ท้าทายในส่วนของยอดขาย ซึ่งเราวางเป้าที่จะเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 100% จากความพร้อมในภาพรวมที่มีมากขึ้นในหลายๆ ด้าน สำหรับโครงการใหม่ เรามีแผนจะนำที่ดินที่มีอยู่บางส่วนมาพัฒนาโครงการ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ รวมถึงการพัฒนาโครงการในรูปแบบใหม่ ๆ อีกด้วย
          อย่างไรก็ดี ทาง เค.ซี. ยังมี แลนด์แบงก์ที่มีอยู่เดิม กำลังพัฒนาโครงการอยู่ จำนวน 4 โครงการ คาดว่าจะปิดการขายได้ภายใน 3 ปี ประกอบด้วย - เค.ซี. เนเชอรัลวิลล์ บางนา-เทพารักษ์ ราคาเริ่ม 8 ล้านบาท - เค.ซี. สุวินทวงศ์ 2 ราคาเริ่ม 2.59 ล้านบาท - อาคารพาณิชย์ เค.ซี. สุวินทวงศ์ 2 จำนวน 40 ยูนิต โดยเอา solat loop เข้ามา ทำให้ประหยัดไฟ ในเวลากลางวันราคาเริ่ม 3.99 ล้านบาท - แพลทฟอร์ท ออคิด พาร์ค ราคาเริ่ม 4.29 ล้านบาท - ทางน์โฮม เค.ซี. คลัสเตอร์ นิมิตใหม่ ราคาเริ่ม 1.59 ล้านบาท รวมทั้ง การลงทุนเพิ่ม เป็นการพัฒนา แบบ JV โดยการลงทุนการก่อสร้าง และบริหารงานขายให้กับเจ้าของที่ดิน แล้วแบ่งกำไร รวม 3 โครงการ โดยมูลค่าโครงการรวม 5,000 - 6,000 ล้านบาท โดยยังเป็นโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พัฒนาเป็นโครงการแนวราบ 20 - 50 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการ 15-20 ไร่ ต่อแปลง  
         “สำหรับตลาดอสังหาฯ ในปี 2565 เรามีการพูดถึงกันไปพอสมควรแล้ว ทั้งในแง่บวก เช่น การฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด 19 ส่วนปัจจัยลบ หลัก ๆ ก็คือสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์กันไว้ ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และต้นทุนอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้นตาม รวมไปถึงการขาดแคลนวัตถุดิบในบางตัว ส่งผลให้ราคาอสังหาฯ ต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม ขณะที่กำลังซื้อก็ยังไม่ฟื้นตัวดี เป็นโจทย์ที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ ทุกเจ้าต้องแก้กันต่อไป สำหรับเรื่องภาษีที่ดิน ที่กลับมาคิดเต็มจำนวนเหมือนเดิม หรือภาษีลาภลอย ที่หากมีการนำมาใช้จริงก็คงจะเป็นการทำให้ต้นทุนที่ดินสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาขายที่ต้องปรับตัวตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามเราพยายามบริหารต้นทุนในส่วนอื่น ๆ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงานของเค.ซี.ฯ อยู่แล้ว” นายสันติ กล่าวสรุปในตอนท้าย

Share this post