SHR ในเครือสิงห์ เอสเตท ประกาศความสำเร็จโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ ได้รับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนสังคมที่ยั่งยืน จากสถาบันระดับโลก Green GlobeTM
บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)(S Hotels and Resorts Public Company Limited: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมระดับสากลในเครือ สิงห์ เอสเตทตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการนำพาโรงแรมจากประเทศไทยและมัลดีฟส์ได้แก่ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต (SAii Laguna Phuket) ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ (SAii Phi Phi Island Village) สันติบุรี เกาะสมุย (Santiburi Koh Samui) และ โครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADSMaldives) คว้าการรับรองจาก Green GlobeTMประกาศนียบัตรด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับสากล โดยเป็นมาตราฐานที่ได้รับการยอมรับจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Council) และองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN World Tourism Organisation - UNWTO)
ความมุ่งมั่นของ SHR สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ สิงห์ เอสเตท ด้าน ESG ทั้ง 3 มิติ ได้แก่ การดำเนินกิจการให้เติบโตอย่างยั่งยืน การดูแลรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมสังคมยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น โดยได้นำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านความยั่งยืนภายใต้มาตรฐาน Green GlobeTMมาใช้ในการกำกับดูแลการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่า เป็นเกณฑ์มาตรฐานสูงสุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ
นอกจากนั้น การได้รับการรับรองนี้ยังตอกย้ำจุดยืนวิสัยทัศน์ “Sustainable Diversity” การสร้างความหลากหลายที่สมดุลสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 9 ประการของสหประชาชาติ (UN’s Sustainable Development Goals - SDGs) ที่ทางบริษัทฯ ยึดมั่นเสมอมา
สันติบุรี เกาะสมุย
สันติบุรี เกาะสมุย (Santiburi Koh Samui)ตั้งอยู่บนหาดแม่น้ำ ชายหาดฝั่งเหนืออันสวยงามและเงียบสงบของเกาะสมุย ประกอบด้วยวิลล่าที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทย รายล้อมด้วยสวนเขียวขจีกว่า 60 ไร่ โดดเด่นด้วยเสน่ห์ความเป็นไทยที่ถ่ายทอดผ่านการบริการที่ปราณีตและงดงาม ทั้งยังมุ่งมั่นที่จะรักษาธรรมชาติดั้งเดิมให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะการรักษาต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ท้องถิ่น ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้มาเยือน ด้วยกิจกรรมส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม และในปี 2023 นี้จะมีการเปิดตัวโครงการเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติ (Nature Trail)ภายในสวนของโรงแรม อันเป็นบ้านของพืชพันธุ์และสัตว์กว่า 200 ชนิด รวมถึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น อาทิ โครงการสนับสนุนน้ำสะอาดแก่โรงเรียน และโครงการอนุรักษ์ความสะอาดในคลองสาธารณะใกล้เคียงบริเวณโรงแรม
ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ (SAii Phi Phi Island Village)ไลฟ์สไตล์รีสอร์ต ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติ เกาะพีพี แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก วิลล่าทั้งหมดถูกออกแบบอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่น เรียงรายท่ามกลางสวนมะพร้าวดั้งเดิมของเกาะถึง 177 ไร่ ติดชายหาดที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงและมีความยาวถึง 800 เมตร เนื่องจากโรงแรมตั้งอยู่ใกล้กับป่าโกงกางที่มีความสวยงามและเป็นป่าโกงกางพื้นทรายทำให้มีน้ำใสและมีปะการังน้ำตื้นอยู่ เป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ที่เป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่ ดังนั้นทางโรงแรมจึงมีนโยบายด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล (SDG14:Life Below Water)พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อาทิ ล่องเรือหางยาวพร้อมกิจกรรมดำน้ำตื้น พายคายัคสำรวจป่าโกงกาง นอกจากนี้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ลูกค้าของรีสอร์ตยังมี “ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล” (Marine Discovery Centre)ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของอุทยานแห่งชาติชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายและสร้างความตระหนักรู้ในการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการอนุรักษ์ฉลามกบ กิจกรรมสนับสนุนการวางทุ่นร่วมกับทีมอุทยานเพื่อป้องกันแนวปะการัง
ทราย ลากูน่า ภูเก็ต (SAii Laguna Phuket)รีสอร์ตสุดหรูที่ตั้งอยู่ใน “ลากูน่า ภูเก็ต” ริมหาดบางเทาที่มีพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในรีสอร์ตมีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมา สามารถรองรับการประชุมได้ถึง 350คน ตัวอาคารทันสมัย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการศูนย์ประชุมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (green meeting)นอกจากนี้ ผู้เข้าพักสามารถเลือกทำกิจกรรมกีฬาหลากหลายไม่ว่าจะเป็น เทนนิส จักรยาน และกิจกรรมชายหาดต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมสำหรับ
เด็ก ได้แก่ สไลเดอร์สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น รวมถึงชมธรรมชาติด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และกิจกรรมลดขยะทะเล โดยรีสอร์ตได้มุ่งมั่นในการการลดใช้พลาสติก จัดให้มีระบบผลิตน้ำและบรรจุน้ำดื่มใส่ขวดที่สามารถบรรจุได้ถึง 700 ขวดต่อวัน และมีจุดบริการเติมน้ำดื่มให้แก่ผู้เข้าพัก ไปจนถึงการวางระบบการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะจากอาหารและนำมารีไซเคิลได้ถึง 95% แล้วนำปุ๋ยที่ผลิตได้มาใช้ในบริเวณสวนของโรงแรม และได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มอัตราการใช้พลังงานสะอาดในการดำเนินธุรกิจ
ครอสโร้ด มัลดีฟส์ (CROSSROADS Maldives)โครงการแหล่งท่องเที่ยวครบวงจรระดับโลก ประกอบด้วยรีสอร์ตชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ ฮาร์ดร็อก โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives)ทราย ลากูน มัลดีฟส์ (SAii Lagoon Maldives)และ โซ/ มัลดีฟส์ (SO/ Maldives)ซึ่งจะเปิดกิจการปลายปี 2023 นี้ พร้อมด้วย “เดอะมาริน่า แอท ครอสโร้ดส์” (The Marina @ CROSSROADS) ศูนย์กลางที่รวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ที่มีทางเดินริมชายหาดความยาวเกือบ 1 กิโลเมตร ประกอบด้วยท่าจอดเรือยอทซ์ขนาดใหญ่ ร้านค้าบูติกทันสมัย และร้านอาหารชื่อดังระดับเวิลด์คลาส นอกจากนั้น ยังมีศูนย์การเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม มัลดีฟส์ (Maldives Discovery Centre) ที่ที่ผู้มาเยือนจะได้ทำความรู้จักกับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของมัลดีฟส์ และศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre) ศูนย์กลางการอนุรักษ์ทางทะเลที่เน้นย้ำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและให้ความรู้เกี่ยวระบบนิเวศน์ของทะเลมัลดีฟส์ ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การปลูกปะการัง และอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก
นายเดิร์ก เดอ คุยเปอร์ (Dirk De Cuyper) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า "SHR ได้รับการถ่ายทอดนโยบายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจากสิงห์ เอสเตท ภายใต้วิสัยทัศน์ Sustainable Diversity สร้างความหลากหลายที่สมดุล เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน และได้นำหลักการด้านการอนุรักษ์มาผสมผสานการสร้างประสบการณ์ที่พิเศษ เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของ SHR ที่ผ่านมาโรงแรมของเราที่ประเทศไทยและมัลดีฟส์ได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและการบริการที่สร้างความสุขแก่ทุกคนที่มาเยือน เราตั้งใจถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์นี้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชนจากโรงเรียนใกล้เคียงโรงแรม
เรารู้สึกภูมิใจอย่างมากได้รับการรับรองจาก Green GlobeTMซึ่งถือเป็นมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกซึ่งประกาศนียบัตรนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้สวยงาม สมบูรณ์ ตลอดไป”
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท และวิถีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้ที่ www.shotelsresorts.comหรือติดตามบน Facebook, Instagram, YouTube, LinkedIn